เมนูที่ได้รับความนิยม
บทความอูมามิ อื่นๆ ที่่น่าสนใจ
สูตรอาหาร
เมนูที่ได้รับความนิยม
เรื่องราวกินดีมีสุข
บทความอูมามิ อื่นๆ ที่่น่าสนใจ
ไม่อยากให้สุขภาพต้อง “ติดบั๊ก” ตั้งแต่ต้นปี ลองตั้งหนึ่งใน New Year’s Resolution เป็นการ “ดูแลตัวเองจากภายใน” ดูดีไหม ถ้าหลายปัญหาที่เราพยายามแก้ด้วยสกินแคร์จากภายนอกแล้วไม่เห็นผล ลองย้อนดูสุขภาพตัวเองในปีที่ผ่านมา แล้วจะรู้ว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไรอยู่
ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ปัญหาเส้นผมดู ชี้ฟู หลุดร่วง จัดทรงยาก รวมถึงปัญหาการนอนหลับ หลับไม่สนิท ตื่นมาแล้วยังเพลีย อายิโนะโมะโต๊ะ ชวนมาฟื้นฟูร่างกายจาก “มื้ออาหาร” ที่มีสารอาหารและกรดอะมิโนที่จำเป็น ช่วยอัปเกรดร่างกายให้ดีได้จากภายใน สตรองพร้อมลุยตลอดทั้งปี
สารอาหารที่ช่วยลดผมแห้ง ชี้ฟู ร่วง และจัดทรงยาก
- กรดอะมิโนเมไทโอนีน (Methionine)
ใครที่ต้องจัดแต่งทรงผมด้วยความร้อนเป็นประจำ ไม่ว่าจะไดร์ หนีบ หรือม้วนทุกวัน ยิ่งต้องเสริมด้วย “กรดอะมิโนเมไทโอนีน” เป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ มีส่วนช่วยในการสร้างเคราติน ทำให้ผมแข็งแรง ดูดีมีน้ำหนัก ลดการเปราะ ขาด และแตกปลาย และยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสียหายของผมจากความเครียด มลภาวะ สารเคมี และทำให้เส้นผมทนต่อความร้อนจากการจัดทรงในแต่ละวันได้
ส่วนใหญ่พบใน
- เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อหมู ปลาแซลมอน ปลาทูน่า
- เมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง, เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดเจีย
- ข้าว เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์
- ผลิตภัณฑ์นม เช่น นมวัว โยเกิร์ต ชีส
- ไบโอติน (Biotin) หรือ วิตามินบี 7 (Vitamin B7)
ใครที่ผมแห้งชี้ฟู สู้ลมไม่ไหว จัดทรงไหนก็เอาไม่อยู่ หรือทำสีซ้ำ ๆ จนผมพัง ถึงเวลาต้องเสริมด้วย “ไบโอติน” ตัวช่วยสำคัญในการฟื้นฟูและบำรุงเส้นผมจากภายใน ตั้งแต่โคนจรดปลาย กระตุ้นการสร้างเคราตินซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของเส้นผม ทำให้ผมแข็งแรง เงางาม มีน้ำหนัก ขาดหลุดร่วงน้อยลง และช่วยชะลอภาวะผมหงอกก่อนวัย
ส่วนใหญ่พบใน
- เนื้อสัตว์และเครื่องใน เช่น ตับ (วัว ไก่) ไต เนื้อหมู เนื้อไก่
- ไข่แดง มีไบโอตินสูงมาก
- ถั่วและเมล็ดพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง วอลนัท เมล็ดทานตะวัน อัลมอนด์
- ผัก เช่น ผักใบเขียวเข้ม (ผักโขม บรอกโคลี) มันเทศ กะหล่ำดอก เห็ด
- ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมวัว นมถั่วเหลือง ชีส โยเกิร์ต
- สังกะสี (Zinc)
ใครที่สระผมทีไร ผมร่วงติดมือเป็นกำ หรือผมขาดเวลาหวี ร่างกายอาจกำลังขาด “สังกะสี” แร่ธาตุสำคัญที่ช่วยดูแลเส้นผมจากภายใน สังกะสีมีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ ช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของรากผม เพิ่มความแข็งแรงให้เส้นผมไม่เปราะขาดง่าย และยังช่วยควบคุมการทำงานของต่อมไขมันบนหนังศีรษะให้สมดุล ทำให้ลดปัญหาผมหลุดร่วงได้แบบตรงจุด
ส่วนใหญ่พบใน
- อาหารทะเล เช่น หอยนางรม (แหล่งสังกะสีที่สูงที่สุด) ปู กุ้ง ปลาซาร์ดีน
- เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อเป็ด
- ถั่วต่าง ๆ และเมล็ดพืช เช่น ถั่วลูกไก่ ถั่วเลนทิล ถั่วดำ ถั่วลันเตา เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง งา เมล็ดแฟลกซ์
- ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวโอ๊ต ควินัว ข้าวกล้อง
- ผัก เช่น เห็ด ผักโขม ผักคะน้า หน่อไม้ฝรั่ง ผักกาด
- ดาร์กช็อกโกแลต
- วิตามินดี (Vitamin D)
ใครที่เริ่มรู้สึกว่าผมบาง หลุดร่วงง่าย ฟื้นฟูช้า นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเส้นผมกำลังอ่อนแอ หลายคนบำรุงผมภายนอกครบ แต่ลืมดูแลรากผมจากภายใน การเสริมวิตามินดี ช่วยกระตุ้นการทำงานของรากผมให้แข็งแรง ลดการอักเสบและปัญหาหนังศีรษะแพ้ง่าย คัน หรือผมร่วงจากการอักเสบ เมื่อร่างกายได้รับวิตามินดีเพียงพอ เส้นผมจะค่อย ๆ ดูหนาแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ส่วนใหญ่พบใน
- วิตามินดีประมาณ 80-90% ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองที่ผิวหนัง เมื่อได้รับรังสียูวีบีจากแสงแดดช่วงเช้า ไม่เกิน 9 โมง
- ปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ปลาทับทิม ปลานิล
- ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมถั่วเหลือง โยเกิร์ต
- ธัญพืช เช่น ข้าวโอ๊ต ซีเรียล
- ผักและผลไม้ เช่น มันเทศ ผักเคล ผักปวยเล้ง เห็ด ส้ม อะโวคาโด กล้วย ฝรั่ง

สารอาหารที่ช่วยให้สุขภาพผิวดี
- กรดอะมิโนไกลซีน (Glycine)
เป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ผิวรักมาก เพราะเป็นตัวช่วยหลักในการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเด้ง ฟู และยืดหยุ่นขึ้น ช่วยล็อกความชุ่มชื้นไว้ในผิวให้ดูอิ่มน้ำ และยังช่วยเสริมเกราะผิวให้แข็งแรง สู้แดด สู้มลภาวะ เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นกรดอะมิโนสายซัปพอร์ต ที่คอยดูแลผิวให้แข็งแรงแบบไม่ต้องง้อฟิลเตอร์เลย
ส่วนใหญ่พบใน
- เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา
- คอลลาเจนและเจลาติน เช่น หนังปลา หนังไก่ เอ็น กระดูก
- ไข่ไก่
- ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมวัว โยเกิร์ต ชีส
- กรดอะมิโนอะลานีน (Alanine)
อยากทวงความชุ่มชื้นให้ผิว ต้องเสริมด้วยกรดอะมิโนอะลานีน (Alanine) ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Natural Moisturizing Factor (NMF) ที่ช่วยเสริมการทำงานของ Skin Barrier ลดการสูญเสียน้ำ ผิวไม่แห้งกร้าน พร้อมรับมือกับแสงแดด และมลภาวะ เมื่อผิวชุ่มชื้น แข็งแรง ผิวก็จะดูเรียบเนียน กระจ่างใส แต่งหน้าติดทน ถือเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง และดูดีในทุกวัน
ส่วนใหญ่พบใน
- เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว ไก่งวง เนื้อหมู เนื้อปลา
- พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเหลือง ถั่วแระญี่ปุ่น ถั่วเลนทิล อัลมอนด์
- ธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวกล้อง ควินัว ข้าวโอ๊ต บัควีท
- ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมวัว นมถั่วเหลือง ชีส กรีกโยเกิร์ต
- วิตามินซี (Vitamin C)
อย่าปล่อยให้ผิวหมองคล้ำ แห้งกร้าน เสริมด้วย “วิตามินซี” ตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพของคอลลาเจนให้ผิวดูใส ลดเลือนจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ แถมยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และมลภาวะ ใครที่กินอาหารที่มีวิตามินซีเป็นประจำออร่าพุ่ง แถมยังห่างไกลไข้หวัดด้วยนะ
ส่วนใหญ่พบใน
- ผัก เช่น ใบมะรุม ปวยเล้ง คะน้า บรอกโคลี พริกหวาน ผักโขม กะหล่ำดอก ผักชี ต้นหอมขึ้นฉ่าย ถั่วลันเตา ผักกาดขาว
- ผลไม้ เช่น ฝรั่ง มะขามป้อม ลิ้นจี่ ส้ม กีวี สตรอว์เบอร์รี มะละกอ เชอร์รี แอปเปิล
- วิตามินเอ (Vitamin A)
กู้ผิวให้กลับมาสตรอง ต้องมี “วิตามินเอ” ที่เด่นเรื่องเร่งการผลัดเซลล์ผิวเป็นตัวช่วย ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย ไม่พอยังช่วยควบคุมความมัน ลดการอุดตัน จัดการปัญหาสิวจากต้นเหตุ ได้ผิวเด็กแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์
ส่วนใหญ่พบใน
- ผลไม้ สีส้ม-เหลือง เช่น มะม่วงสุก มะละกอสุก แคนตาลูป ลูกพลับ ขนุน
- ผัก สีส้ม-เหลือง และใบเขียวเข้ม เช่น แครอท ฟักทอง มันเทศ คะน้า ตำลึง บรอกโคลี ยอดชะอม ผักบุ้ง
- เครื่องในสัตว์ (ไก่ หมู วัว)
- ไข่ โดยเฉพาะไข่แแดง
- เนื้อปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาทูน่า

สารอาหารที่ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น
- กรดอะมิโนทริปโตเฟน (Tryptophan)
หลับยากนัก ต้องจัดอาหารที่มี “ทริปโตเฟน” กรดอะมิโนจำเป็นที่ต้องได้จากอาหารเท่านั้น สารตั้งต้นในการสร้างฮอร์โมนเซโรโทนินและเมลาโทนิน ที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย หลับง่าย หลับลึก ร่างกายได้พักอย่างเต็มที่ ตื่นมาสดชื่น อารมณ์ดี ไม่เพลียระหว่างวัน
ส่วนใหญ่พบใน
- เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อปลา
- ถั่วและเมล็ดพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง อัลมอนด์ งา เมล็ดฟักทอง ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด
- ผลไม้ เช่น กล้วย กีวี แคนตาลูป สับปะรด แตงโม อินทผลัมแห้ง
- ผัก เช่น ผักโขม บลอกโคลี กระหล่ำดอก
- เมลาโทนิน (Melatonin)
บอกลาอาการสะดุ้งตื่นกลางดึกอยู่บ่อย ๆ ต้องเสริมด้วย “เมลาโทนิน” ระดับฮอร์โมนเมลาโทนินจะเพิ่มขึ้นช่วงที่ไม่มีแสงหรือมีแสงสว่างน้อย ร่างกายจะค่อย ๆ ผ่อนคลาย อุณหภูมิร่างกายลดลง สมองสงบขึ้น ทำให้หลับง่ายและหลับได้ลึกขึ้น ไม่สะดุ้งตื่นกลางดึก ตื่นมาสมองเฟรช ไม่เบลอระหว่างวัน สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่
ส่วนใหญ่พบใน
- ผลไม้ เช่น เชอร์รี องุ่น สตรอว์เบอร์รี กีวี มะเขือเทศ
- ธัญพืชและถั่ว เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด ข้าว วอลนัต อัลมอนด์ พิสตาชิโอ
- เนื้อปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน
- นม เช่น นมวัว นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง นมโอ๊ต
- ข้าว เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวหอมมะลิ ข้าวโอ๊ต
- ไข่ไก่
- แมกนีเซียม (Magnesium)
ถ้าตื่นมาแล้วไม่สดชื่น ยังง่วง หรือเพลียอยู่ ควรเสริมด้วย “แมกนีเซียม” แร่ธาตุสำคัญที่ช่วยกระตุ้น GABA ให้สมองผ่อนคลาย ลดความตื่นตัว และยังช่วยลดระดับคอร์ทิซอล (ฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลหลับยาก) ทำให้ร่างกายพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ เหมาะมากสำหรับคนที่ง่วงแต่สมองไม่ยอมพัก หรือรู้สึกหลับไม่เต็มอิ่มในแต่ละคืน
ส่วนใหญ่พบใน
- ธัญพืชเต็มเมล็ด เมล็ดพืช พืชตระกูลถั่ว เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดเจีย อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง
- ผักใบเขียว เช่น บรอกโคลี ผักโขม ปวยเล้ง คะน้า
- พืชผักกลุ่มฟัก เช่น ฟักทอง แฟง แตง มะระ ซูกินี บวบ น้ำเต้า
- ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต คอตเทจชีส นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง
- ดาร์กช็อกโกแลต
- กาบา (GABA)
เบรกสมองให้หยุดคิดฟุ้งซ่าน ด้วย “กาบา” สารสื่อประสาทที่ควบคุมวงจรการนอนหลับ ช่วยให้ความคิดค่อย ๆ ช้าลง ลดความตื่นตัว คลายความกังวล เมื่อระดับกาบาเพียงพอจะส่งผลให้นอนหลับง่ายขึ้นและสามารถพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนใหญ่พบใน
- ข้าวและธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ข้าวกล้องงอก ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์
- ถั่วและเมล็ดพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วอะซูกิ เมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสง
- อาหารหมัก เช่น กิมจิ เต้าเจี้ยว เทมเป้ นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ชีส
- ชา เช่น ชาเขียว ชาดำ ชาอู่หลง

รู้แบบนี้แล้วอย่ารอช้า! เริ่มเลยในมื้ออาหารถัดไป จะได้สวยสุขภาพดีกันตั้งแต่ต้นปี พร้อมใช้ชีวิตแบบสตรองและอารมณ์ดีได้ในทุก ๆ วัน
ถ้าชอบเนื้อหาที่มีประโยชน์แบบนี้ อายิโนะโมะโต๊ะ ยังมีบทความที่ช่วยให้ชีวิตทุกคนดีขึ้นอีกเพียบ ผ่านศาสตร์แห่งกรดอะมิโน (Amino Science) ที่ส่งเสริมอาหารด้านรสชาติและโภชนาการ เพื่อให้ทุกคนได้ “อยู่ดี มีสุข” รอติดตามกันได้เลย
ขอบคุณข้อมูลจาก:




























































